Fan-Fiction

Fuck me…

 It was more than I can see 

Why did you cry? 

Your lit of tear could makes me die 

I know it was hard 

But tough time will finally past 

Let it dries 

I wish it would be your One Last Cry…    

 

 

 2 M Short Fictions 

First Kiss, Last Cry

 

ปิ๊ง ~ ป่อง 

เสียงกริ่งประตูหน้าห้องที่ดังขึ้นมาตอนเกือบๆตีสามของเช้าวันใหม่ ปลุกชางมินที่เผลอหลับไปบนโต๊ะอาหารให้สะดุ้งตื่น อ๊ะๆ...อย่าเข้าใจผิด คิดว่าปริ๊นหนุ่มตะกละ มัวนั่งหยิบนู่นกินนี่เพลินจนหลับคาโต๊ะล่ะ...เพราะความจริงแล้ว ชิม ชางมิน คนดี...มัวแต่เฝ้ารอ ใครบางคนจนไม่ยอมไปหลับไปนอน ทั้งที่ง่วงมาตั้งแต่หัวค่ำแล้วต่างหาก ใครบางคนที่ว่า...คือสมาชิกที่แสนสำคัญอีกคนหนึ่งของโทโฮชินกิ ที่หมู่นี้เที่ยวเมาเหล้าหัวราน้ำทุกคืน ไม่สว่างบ้านไม่กลับ ทำเอาทุกคนในวงเป็นห่วงไปตามๆกัน รวมทั้งชางมิน...ซึ่งตอนนี้รับหน้าที่รูมเมทชั่วคราวของคนๆนี้อยู่ด้วย เพราะพี่จุนซูดูเหมือนต้องการเวลาเป็นส่วนตัว... (สำหรับ...ซ้อมแอ๊บแบ๊ว!!!?) ส่วนพี่ยุนโฮ กับพี่แจจุง..........หึหึ ก็นะ...... (น้องเล็กรู้ดี แต่ไม่ยอมพูดอีกแล้ว~) 

ปิ๊ง ~ ป่อง ปิ๊ง ~ ป่อง ปิ๊ง ~ ป่อง 

เสียงกริ่งหน้าประตูยิ่งถี่รัว...และดังขึ้น ทำให้พอเดาออกว่า คนกดคงกำลังใส่อารมณ์กับมันอยู่ไม่น้อย ชางมินลุกขึ้นยืน สะบัดหัวไล่อาการง่วงงุน แล้วรีบใส่เกียร์ 4 ตรงไปยังประตูห้อง ก่อนที่คนอื่นๆจะพากันตื่นตามมาหมด (รวมถึงห้องข้างๆ...) เพราะเสียงกดกริ่งอย่างไม่เกรงใจใคร เฮ้อ..ถ้าหากที่นี่เป็นเกาหลี ไม่ใช่ญี่ปุ่น...ชางมินคงอดนึกระแวงไม่ได้ ว่าจะใช่แฟนคลับบุกมาหรือเปล่า 

 

มาแล้วคร้าบบบ...มาแล้ว!!”  วัฒนธรรม บวกกับมารยาทในการตามของแฟนๆชาวยุ่น คงสร้างความรู้สึกอุ่นใจให้น้องเล็กของโทโฮชินกิผู้นี้ได้ประมาณหนึ่งทีเดียว เพราะชางมินรีบปลดล็อคประตู และดึงมันออกโดยไม่ลังเลซักนิด พลันร่างผอมๆดูออกจะซีดเซียวของชายหนุ่มที่ชางมินเฝ้าอดทนคอย ก็ค่อยๆร่วงลงมาในอ้อมแขนกว้างแกร่ง...ปาร์ค ยูชอน อยู่ในสภาพเมายับเยิน ผมยุ่ง ใบหน้าแดงก่ำ และทั้งตัวมีแต่กลิ่นเหล้า จนชางมินแอบคิดว่า ถ้าต้องอยู่แบบนี้นานๆ...ดีไม่ดี เค้าอาจเมาไปอีกคนด้วย!

 พี่ยูชอน...พี่ยูชอน....น้องเล็กแต่ร่างใหญ่เขย่าตัวพี่ชายเบาๆ ซึ่งก็แทบไม่เกิดผลอะไร นอกจากอีกฝ่ายโงนไปเงนมาตามแรงเหวี่ยง ให้ตายสิ!! พี่ยูชอน...ไปเมาที่ไหนมา เกือบโต้รุ่งอีกแล้วนะ ไอ้พี่บ้านี่!!~”  

 

อือออ~ ชางมิน....ชะ...ช้าน...ลืม............ละ...ลืม กุญแจ....อ่า~~~” 

น้ำเสียงแหบพร่าดังกระท่อนกระแท่นราวกับคนพูดลำบากนักหนากว่าจะสกัดถ้อยคำออกมาจากปากได้ ชางมินต้องประคองร่างยูชอนไว้ และกดหัวยุ่งๆของอีกฝ่ายให้ซบลงกับไหล่เค้า เพราะร่างบางนั้น...แทบจะไม่สามารถยืนด้วยขาตัวเองได้แล้ว....เด็กหนุ่มดึงขวดเหล้ายี่ห้อนอกราคาแพง ที่พี่ชายยังถือคามืออยู่ออกมา...วางมันลงบนพื้นอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะหันมาพยายามพายูชอนเดินกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่น 

 

พี่ฮะ...โอบไหล่ผมไว้นะ...เอ้า นี่!! ฟังกันบ้างสิ~ แบบนี้มันไปไม่ได้นะเฟ้ย~~!!”  

ความพยายามจะที่ประคองคนเมาให้เดินนั้นไม่ประสบผล เพราะยูชอนตอนนี้...สภาพไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาหัวกะหล่ำตัวใหญ่ๆ ที่ภายในกระเพาะอัดแน่นไปด้วยแอลกอฮอล์ แถมร่างบางยังทิ้งน้ำหนักในตัวทั้งหมดให้ชางมินแบกรับ น้องเล็กถอนหายใจด้วยสีหน้าอ่อนล้า...ถ้าจะให้อุ้มไป ก็คงต้องท่าเจ้าหญิงล่ะนะ แต่แบบนั้นถ้าพี่ยูชอนมารู้ทีหลังคงน่าสงสารพิลึก ก็คิดดูสิ...คนเคยเป็นเมะมาตั้งนาน วันดีคืนดีกลับต้องมาเสียเชิงชายเป็นฝ่ายถูกอุ้ม...

 คิดได้ดังนั้น ชางมินก็จัดแจงช้อนร่างของปาร์ค ยูชอนขึ้นมาทันที...!!? หึ...สมน้ำหน้า อยากบ้าออกไปเมา ไม่สนใจสุขภาพตัวเองดีนัก ที่ปล่อยให้เค้าต้องทนนั่งรอ ก็ถือว่าหายกันตรงนี้แหละ! 

 

อ๊ะ...เบาจัง?

เมื่อได้ลองอุ้มในท่าที่ถนัดมือ ชางมินถึงเพิ่งรู้สึก ว่าพี่ชายตัวดีของเค้าทั้งตัวเล็ก และเบาขนาดไหน ร่างสูงก้มลงมองใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำเพราะฤทธิ์เหล้า ความรู้สึกเป็นห่วงพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจุกที่หน้าอก...นี่พี่ยูชอนดื่มเหล้ามากไปจนป่วยหรือเปล่า?? 

 

พี่ยูชอน......น้องเล็กลองเรียกพี่ชายดูอีกครั้ง แต่คราวนี้ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนลงกว่าเดิมมาก...เด็กหนุ่มพูดพลาง พาร่างในอ้อมแขนตรงไปยังห้องนั่งเล่น ซึ่งมีโซฟาตัวยาวขนาดกำลังพอเหมาะ...พอให้พี่ชายคนนี้ได้เอนกายพักจนกว่าสร่างเมา

พี่ยูชอน...พี่....ไม่สบายรึเปล่า? 

ยูชอนดูเหมือนจะเมาจนหลับไปซะแล้ว แต่ชางมินก็ยังอดกังวลใจไม่ได้ เค้าพอจะรู้...ถึงความทุกข์ของพี่ชาย และเข้าใจว่า เรื่องนั้นมันหนักหนาพอจะทำให้ยูชอนอาจคิดทำร้ายตัวเองก็ได้...ดีเท่าไหร่แล้ว ที่ยูชอนเพียงแค่ออกไปดื่มเหล้า...ดีเท่าไหร่แล้ว ที่อย่างน้อยก็ยังลากสังขารตัวเองกลับมาถึงบ้าน...นี่ถ้าหากวันต่อๆไป เค้ายังไม่เลิกทำอะไรเสี่ยงๆแบบนี้ ชางมินแอบคิดว่า เห็นทีคงจะต้องขับรถไปรับ-ส่งให้...

มือใหญ่เลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าสวย...เพื่อปัดปอยผมยุ่งๆที่ปรกหน้าปรกตาของยูชอนให้เข้าที่ ชางมินจ้องมองยูชอนอย่างเผลอใจ...ปลายนิ้วเรียวค่อยๆลากไล้ จากหน้าผาก...มาถึงแก้มใส และสัมผัสถูกริมฝีปากสีแดงสดนั้นโดยไม่รู้ตัว...ให้ตาย เค้าเพิ่งสังเกตว่าพี่ยูชอนน่ะ หน้าเค๊ะ~ เคะ!!!~ 

 

ปาก...น่าจูบจังร่างสูงกล้าพึมพำออกมาดังๆ เพราะมั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายไม่อยู่ในสภาพที่จะฟังเค้ารู้เรื่องแน่นอน เด็กหนุ่มทรุดกายลงนั่งข้างๆโซฟา ก่อนจะพยายามเบนความสนใจของตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์แลปทอปที่วางอยู่บนโต๊ะขนาดเล็กเบื้องหน้า แต่...สวรรค์ช่างกลั่นแกล้งดีแท้ เพราะแผ่นหลังเค้าอยู่ใกล้กับใบหน้าหวานๆของพี่ยูชอนมาก...มากซะจนรู้สึกได้ ถึงลมหายใจหนักๆของอีกฝ่ายเลยแหละ!  

 

ชางมินหันหน้ากลับไปหายูชอน และเห็นแพขนตายาวสวยเริ่มเปียกชื้นด้วยหยดน้ำที่ค่อยๆไหลริน... 

 

พี่ฮะ...ร้องไห้ทำไม? ร่างสูงพลิกตัวมาประคองร่างบางไว้อย่างตกใจ เค้าเขย่าตัวยูชอนเบาๆหลายครั้ง...แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติ...ยูชอนยังหลับ....แต่ทั้งๆที่หลับ เค้ากลับร้องไห้ไปด้วย.... 

 

คงจะ...ทรมานมากเลยสินะ 

 

ใบหน้าของยูชอน เวลานี้...นิ่งสนิท ไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใด...แต่ชางมินกลับอดคิดไม่ได้ ว่าพี่ชายของเค้าจะกำลังร้องไห้ เสียใจ...ทุรนทุรายอยู่ในความฝันอันโหดร้ายหรือเปล่า? 

 

ยูชอนเป็นทั้งเพื่อน และพี่ชายคนสำคัญ แต่เค้าจะทำอะไรเพื่อคนสำคัญคนนี้ได้บ้าง....ในเมื่อเค้า ก็เป็นเพียงตัวเค้า เป็นชิม ชางมินที่ไม่สามารถนำไปแทนที่ใครได้ 

 

ชางมินไม่รู้ตัวเลยว่า...ริมฝีปากของเค้า.....ค่อยๆเคลื่อนเข้าใกล้ จนสัมผัสถูกริมฝีปากของคนตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ พอรู้สึกตัวอีกที...ความนุ่ม หวานละไมอันน่าประหลาด ก็เข้าครอบงำจนเด็กหนุ่มคิดอะไรไม่ออก 

 

ทั้งหมดที่ทำได้ก็เพียงประทับจูบอยู่อย่างนั้นเรื่อยไป....และหวังว่าความห่วงใยที่ล้นหัวใจของเค้า จะช่วยบรรเทาบาดแผลทั้งในโลกแห่งความจริง และความฝันของพี่ยูชอนได้...

 ........อย่าทุกข์ทรมานอีกเลยนะครับ.........

 ........ผมไม่อยากทนเห็นน้ำตาของพี่อีกแล้ว.......... 

 

...........ให้ผมเป็นคนเยียวยาหัวใจของพี่ได้มั้ย? ผมคงไม่อาจเทียบใครได้ แต่ผมจะพยายาม............    

 

 

When I’ve first kissed you, 

It’s nirvana, my soul’s been to 

While your lips were pressing mind, 

It was like no matter if I must die 

Your kiss’s cured me 

Your love’s brought me back from hell, I used to be 

You’ve dried my eyes 

Thanks for wiping out my One Last Cry…   

 

 

 

ใช่เวลาแต่ง ประมาณชม.เดียว -O-!!!  

 

แต่งในห้องเลคเชอร์ด้วย น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างมาก....    

edit @ 2 Jul 2008 14:10:12 by ๐ ~: Rain-Ai :~ ๐



Rain [Hell Horizon]
View full profile